ในบทความนี้
Telesale คืออะไร ทำอะไรบ้าง
Telesale คือพนักงานขายสินค้าหรือบริการผ่านโทรศัพท์ ต่างจาก call center ทั่วไปตรงที่วัดผลด้วย "ยอดขาย" ไม่ใช่แค่จำนวนสายที่รับ งานประจำวันของ telesale คือ
- โทรออกหาลูกค้าใหม่ จากรายชื่อ lead ที่การตลาดหามาให้ หรือรายชื่อที่ซื้อมา
- คัดกรองความสนใจ — ใช่กลุ่มเป้าหมายไหม มีงบไหม ตัดสินใจได้เองหรือเปล่า
- นำเสนอและรับมือข้อโต้แย้ง — จังหวะที่ต้องใช้ทักษะการขายจริงๆ
- ปิดการขายหรือนัดหมายขั้นถัดไป เช่น นัดดูสินค้า นัดทำสัญญา
- บันทึกผลทุกสายลงระบบ เพื่อให้ทีมตามต่อได้
เข้าใจงานครบแล้ว ค่อยมาดูว่าการได้ทั้งหมดนี้มา ต้องจ่ายจริงเท่าไหร่
ต้นทุนทีม Telesale จริงๆ
ช่วงตัวเลขด้านล่างรวบรวมจากประกาศรับสมัครงานและเรตตลาด ณ กลางปี 2026 — จุดสำคัญคือเงินเดือนฐานเป็นแค่จุดเริ่ม เพราะ telesale ที่เก่งจะมีรายได้หลักจากคอมมิชชั่น
| รูปแบบ | ต้นทุน/เดือน | กำลังโทร | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|---|
| Telesale ประจำ 1 คน | 15,000–25,000 บาท + คอมมิชชั่น + ประกันสังคม | คุยจริง 15–30 สาย/วัน | ทักษะขึ้นกับตัวบุคคลมาก คนเก่งหายาก-รักษายาก |
| ทีม 5 คน + หัวหน้าทีม | ราว 100,000–160,000 บาท รวมหัวหน้า + ระบบโทร + ที่นั่ง | 75–150 สายคุยจริง/วัน | ต้องมีสคริปต์ ระบบวัดผล และการโค้ชต่อเนื่อง |
| Outsource call center | ตามแคมเปญ หรือคิดต่อสาย/ต่อชั่วโมง | ตามสัญญา SLA | ไม่ต้องบริหารเอง แต่คุมคุณภาพและความรู้สินค้ายาก |
| AI โทร (เช่น caiku.ai) | เริ่ม 15,000 บาท คงที่ ไม่มีคอมมิชชั่น ไม่มี OT | 1,000+ สาย/วัน โทรพร้อมกันได้หลายสาย | เก่งเรื่องคัดกรอง-นัดหมาย เคสซับซ้อนส่งต่อให้คน |
ต้นทุนต่อสาย ต่อดีล — เลขที่ควรดูก่อนตัดสินใจ
เงินเดือนต่อเดือนยังไม่ใช่ภาพจริง ภาพจริงคือ "จ่ายเท่าไหร่ต่อหนึ่งบทสนทนา และเท่าไหร่ต่อหนึ่งดีล" ลองคำนวณจากสมมติฐานกลางๆ: ทีม 5 คน ทำงาน 22 วันต่อเดือน ต้นทุนรวม 120,000 บาท เทียบกับ AI ที่เปิดใช้เต็มเดือน
| ทีม Telesale 5 คน | AI โทร | |
|---|---|---|
| สายคุยจริง/เดือน | ~2,200–3,300 สาย | ~20,000+ สาย |
| ต้นทุนต่อสายคุยจริง | ~36–55 บาท | ต่ำกว่า 1–2 บาท |
| สมมติอัตราได้ดีล/นัดสำเร็จ | 5% (คนเก่งเจรจากว่า) | 2% (คัดกรองแล้วส่งต่อ) |
| ดีล/นัดที่ได้ต่อเดือน | ~110–165 | ~400+ |
| ต้นทุนต่อดีล | ~730–1,090 บาท | ~40–80 บาท |
ทำไมทีมโทรส่วนใหญ่ไปไม่รอด
ธุรกิจจำนวนมากตั้งทีมโทรแล้วล้มเลิกภายในปีแรก สาเหตุซ้ำๆ ที่เจอ
- เป้ากับความจริงห่างกันมาก — ตั้งเป้า 50 สายต่อวัน แต่พอหักเวลาหาเบอร์ รอสาย บันทึกผล เหลือคุยจริง 15 สาย
- งานโดนปฏิเสธทั้งวันทำให้หมดไฟเร็ว — telesale คือตำแหน่งที่ลาออกบ่อยที่สุดตำแหน่งหนึ่ง จ้างใหม่ เทรนใหม่ วนไป
- คุณภาพไม่เท่ากันในทีม — คนเก่งปิดได้ 40% คนใหม่ได้ 18% แต่เงินเดือนใกล้กัน
- รายชื่อดีๆ ถูกเผาไปกับสายที่ไม่ควรโทร — เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับเบอร์ที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายตั้งแต่แรก
สังเกตว่าปัญหาเกือบทั้งหมดอยู่ที่ "ปริมาณงานซ้ำๆ ที่คนไม่ควรต้องทน" — ไม่ใช่ฝีมือการขาย
AI โทรทำอะไรได้แล้ววันนี้ — และยังทำอะไรไม่ได้
AI โทรศัพท์ (ai call) วันนี้ไปไกลกว่า robocall อัดเสียงแบบเก่ามาก ระบบอย่าง AI Voice Agent ของ caiku.ai คุยโต้ตอบด้วยเสียงภาษาไทยที่เป็นธรรมชาติ จากการทดสอบ blind test ลูกค้า 89% ไม่รู้ว่ากำลังคุยกับ AI
สิ่งที่ AI ทำได้ดีแล้ววันนี้:
- โทรหา lead ใหม่ภายใน 5 นาทีหลังกรอกฟอร์ม — ช่วงเวลาที่โอกาสปิดสูงสุด (ดูตัวอย่างธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์)
- คัดกรองความสนใจ งบ อำนาจตัดสินใจ ตามสคริปต์ที่ทดสอบแล้ว — เหมือนกันทุกสาย ไม่มีวันเหนื่อย
- นัดหมาย ยืนยันนัด โทรตามคนเบี้ยวนัด
- บันทึกและสรุปทุกบทสนทนาอัตโนมัติ ส่งเข้า CRM
สิ่งที่คนยังเหนือกว่า: การเจรจาต่อรองดีลใหญ่ การอ่านอารมณ์ลูกค้าที่ลังเล และการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว — งานพวกนี้อย่าเพิ่งให้ AI ทำแทน
โมเดลผสมที่ได้ผลจริง: AI คัดกรอง คนปิดดีล
ธุรกิจที่ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดไม่ได้เลือก "คนหรือ AI" แต่จัดทัพใหม่:
- AI รับปริมาณ — โทรหา lead ทุกคนภายใน 5 นาที คัดคนที่ใช่ออกจากคนที่แค่ถามเล่น
- คนรับคุณภาพ — โทรเฉพาะสายที่ AI ให้คะแนนความพร้อมสูง ใช้ทักษะเจรจาเต็มที่กับคนที่พร้อมซื้อจริง
- ผลข้างเคียงที่ดี: ทีมขายเลิกเบื่องานโทรหว่าน เพราะทุกสายที่โทรคือสายที่มีโอกาสจริง — ทีมเล็กลงแต่ปิดได้มากขึ้น
ถ้ากำลังชั่งใจระหว่างจ้างทีมโทรกับลอง AI — เทียบราคาแพ็กเกจทั้งหมดได้ที่หน้าราคา (เริ่ม 15,000 บาท/เดือน เท่าค่าจ้าง telesale หนึ่งคน) หรืออ่านเรื่องต้นทุนจ้างแอดมินเพจซึ่งเป็นตอนก่อนหน้าของซีรีส์นี้ ทดลองฟรี 14 วันโดยไม่ต้องใส่บัตรเครดิต